วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โบยบินไปเถอะกระจั๊ว

อะไรเอ่ย...ไม่อันตรายแต่โคตรน่ากลัว
คำถามนี้ค่อนข้างจะกว้างเกินไป  บางคนอาจจะตอบว่า  ที่แคบ  ความสูง  หรือจิ้งจก 
แต่สำหรับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุจะบรรลุนิติภาวะแหล่ไม่บรรลุแหล่  หน้าตาหล่อเหลาเร้าใจสำหรับสาวหรือชาวสีม่วงที่ชอบของแปลก  การศึกษาพอเอาตัวรอดและพอเชิดหน้าในสังคมได้  เขาจะตอบว่า
แมลงสาบว่ะคำตอบของเขายังไม่จบแค่นั้น ตอนที่มันบินอ่ะนะ
เอ้ย! แกกลัวแมลงสาบเรอะ เพื่อนของเขาถามด้วยสีหน้าประหลาดใจระคนกับขบขัน
แมลงสาบไม่กลัว  แต่กลัวแมลงสาบบิน
เพื่อนคนแรกหัวเราะตัวงอ  เพื่อนอีกคนพูดขึ้น
ถามหน่อยเถอะไอ้วิน  แมลงสาบมันน่ากลัวตรงไหน  ต่อยก็ไม่ต่อยกัดก็ไม่กัด  แถมหน้าตาก็น่ารัก  สาวๆเห็นเป็นต้องกรี๊ดกร๊าด
พวกที่กลัวแมงสาบส่วนใหญ่จะเป็นแต๋ว  ที่ผ่านมาแอ๊บแมนหรือเปล่าไอ้วินเพื่อนคนแรกพูด แล้วก็หัวเราะดังกว่าเดิม
ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ วินคำรามเสียงเข้มอย่างจงใจดัด บอกว่ากลัวแค่ตอนมันบินโว้ย!”
มันบินแล้วมันไปยังไงเพื่อนคนทิ่สองถามด้วยสีหน้าจริงจังใคร่รู้  จากนั้นก็หันไปพูดกับเพื่อนที่หัวเราะไม่หยุดว่า
ไอ้นนท์...ดูเอ็งมีความสุขกับความทุกข์ร้อนของคนอื่นจริงนะ
อ๊ะ หยอแหยหยอแหย บลาๆๆเพื่อนคนแรกล้อเลียนกลับและหัวเราะต่อ  เพื่อนคนที่สองกับวินจ้องหน้ามันจนมันเริ่มหัวเราะไม่ออก
โอเค ข้ายอมแพ้นนท์ชูสองมือ เรามาเป็นที่ปรึกษาทุกข์ให้เพื่อนวินของเราดีกว่า
ที่เรากลัวแมลงสาบบินน่ะเหรอ ก็เพราะ...เอ่อ..มันรู้สึกขัดแย้งในใจมั้ง  แบบว่ามันวิ่งกับพื้นก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องบินด้วย...ถ้าจะบินก็น่าจะบินอย่างเดียวไปเลย  ที่สำคัญมันบินห่วยมาก บินมั่วซั่วไร้ทิศทางแต่ดันชอบบินอีก
แกรับไม่ได้ที่พวกมันทำอะไรครึ่งๆกลางๆ  แกคงเป็นพวกยึดติดกับความเพอร์เฟ็กต์
วินิจฉัยได้เฉียบแหลมมากครับหมอโก้นนท์ปรบมือเปาะแปะ
ไม่ใช่หรอกวินปฎิเสธ พูดง่ายๆก็คือมันน่ากลัวด้วยน่ะแหละ  เมื่อก่อนเราอยู่บ้านก็มีแมลงสาบอยู่บ้างไม่มาก  ส่วนมากมันก็แค่วิ่ง  จับก็ง่าย เห็นหน้าเราปุ๊บก็รีบหนีปั๊บ  แต่พอย้ายมาอยู่ร้านในเมืองกับแม่เมื่อปีก่อนก็ชักจะกลัวมันซะแล้ว  พวกมันบินกันให้ควัก   บินเข้าหน้าต่างไปเยี่ยมชั้นสองชั้นสามเป็นประจำ  แล้วดูเหมือนพวกมันจะกล้าบ้าบิ่นมาก บินเฉี่ยวหัวเราเล่นอย่างสนุกสนาน  ไอ้วูบแรกก็นึกว่าเป็นผีเสื้อกลางคืน เหลือบไปดูที่ผนังอีกทีนี้ขนลุกเลย  ทุกทีที่เห็นมันอยู่ใกล้ๆก็ต้องหวาดระแวงว่ามันจะบินหรือเปล่า
ก็มีเหตุผลนะโก้พยักหน้า แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่ามันน่ากลัวตรงไหน
ก็เพราะกลัวมันน่ะซี่มันถึงชอบเข้าหา นนท์ออกความเห็น ดูอย่างพวกผู้หญิงที่กระทืบเท้าไล่มันยิ่งเข้าหา  แต่อย่างเรารึเห็นก็ยิ้มร่าแล้ว  มันเห็นหน้าก็ไปเองโดยไม่ต้องไล่ไม่ได้หมายความว่าไม่หล่อนะ 
เพิ่งรู้ว่าไอ้นนท์ก็พูดเรื่องมีสาระเป็นกับเขาด้วย โก้พูด ยิ่งแกกลัวมันบิน มันก็จะชอบบินอวดซิกแพ็คของมันมากเท่านั้น
งั้นเรามาหาวิธีช่วยให้เพื่อนวินหายกลัวกันดีไหม  เพื่อนโก้ นนท์หัวเราะหึๆ  โก้เองก็หัวเราะหึๆหันไปตีมือกับนนท์  จากนั้นทั้งสองก็หันมามองวินอย่างมีเลศนัยน์
อย่ายุ่งกับชีวิตกูนะวินมีสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่วินไปเรียนวิชารักษาดินแดน  นักศึกษาวิชาทหารปีที่สามส่วนใหญ่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งฟังบรรยาย  การนั่งหลับคอพับเป็นเรื่องธรรมชาติที่ห้ามกันไม่ได้  ความตั้งใจจริงของวินก็แค่ตั้งใจมาเรียนให้ครบเพื่อจะได้ไม่ต้องเกณฑ์ทหารเท่านั้น  วันนั้นเป็นการบรรยายเรื่องการดำรงชีพในป่า  วินฟังบ้างหลับบ้างจนมาถึงช่วงสำคัญที่วินตั้งใจฟังอย่างเต็มที่
เพื่อนครูมันกลัวกระจั๊วหรือแมลงสาบนั่นแหละ ครูไม่รู้ว่ามันจะกลัวไปทำไมไม่เห็นมีอะไรให้น่ากลัวสักน้อย  ตอนนั้นครูกับมันไปพักในโรงแรมเก่าๆครูฝึกเหล่าถึงตอนนี้  นักศึกษาวิชาทหารหนุ่มบางคนเอ่ยปากแซว แล้วแต่พวกเอ็งจะคิด  เพื่อนครูมันเจอกระจั๊วอยู่ในห้องน้ำ  เกาะผนังส่ายหนวดดิกๆ  มันไม่กล้าเข้าไปอาบน้ำ
ครูหันไปบอกมันว่า เอ็งคอยดูแล้วกันจากนั้นครูก็เดินเข้าไปคว้าตัวมันหมับ  เอานิ้วดึงเครื่องในมันออกแล้วหย่อนใส่ปากเคี้ยวแม่มันสะเลย 
เล่าถึงตอนนี้วินร้องโอ้โห  นักศึกษาวิชาทหารคนหนึ่งถามว่า
มันไม่สกปรกหรือครับ
กระจั๊วกินได้ครูฝึกเน้นย้ำความมั่นใจด้วยน้ำเสียงสูง  แค่เอานิ้วหยิกตรงตูดดึงออกมา  ทั้งสาบทั้งเครื่องในมันก็ติดออกมาหมด
วินไม่ได้อยากกินแมลงสาบ  แต่วินก็หวังว่าสักวันตัวเขาจะมีความกล้าเหมือนครูฝึกคนนี้บ้าง

วันนั้นหลังจากที่เลิกเรียนแล้วกลับไปอยู่บ้าน  บ้านของเขาเป็นตัวตึกสี่ชั้นอยู่ในซอยหลังมหาวิทยาลัย  มองไปรอบข้างก็จะเจอแต่หอพักเป็นส่วนใหญ่  ด้านซ้ายติดหอพัก  ด้านขวาติดโกดังเก็บของของพ่อค้าเชื้อสายจีน  ด้านหลังติดกับร้านขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นนำชัย  ชั้นล่างสุดเป็นร้านขายโชว์ห่วย  อีกสามชั้นข้างบนเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล  ตอน นั้นเป็นเวลาราวๆสามทุ่มครึ่ง ซึ่งโดยปรกติวินจะนั่งโซฟาดูทีวีเป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งพ่อและแม่ก็ให้เกียรติในความเป็นส่วนตัวของเขา   หลังจากที่เขาเสร็จจากการทำธุระส่วนตัวแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ  ทันใดนั้นเขาก็พบว่า ห้องนั่งเล่นของเขาถูกรุกรานความเป็นส่วนตัวเสียแล้ว  เมื่อผีเสื้อราตรีจำแลง(กระจั๊ว)ตัวหนึ่งบินว่อนแถวๆหลอดไฟข้างบน  ถึงมันจะโตเต็มวัยแล้วแต่ก็ยังบินได้ไม่คล่องนัก  มันบินชนหลอดไฟสองสามครั้งแล้วหล่นแหมะมาอยู่ที่พื้น  ปีกสีแดงของมันหุบซ้อนกันบนหลังอย่างเป็นระเบียบ ส่ายหนวดสองเส้นดิกๆคล้ายกับได้กลิ่นความกลัวอันโอชะ  จากนั้นมันก็แผ่ปีกบินว่อนไปทั่วห้อง  มีอยู่สองครั้งที่มันบินโฉบเป็นวงโค้งผ่านหน้าวินไป  วินกระโดดเหยงไปข้างหลังรู้สึกขนลุกซู่จนร่างกายสั่นกระตุก
แย่จริงๆ  วันนี้ฉันยกห้องให้แกไปก่อนก็ได้วินพูดกับแมลงสาบที่กำลังบินว่อน แกวิ่งก็ดีอยู่แล้วทำไมแกต้องบินด้วยล่ะ  อยากเป็นผีเสื้อเหรอ วินส่ายหน้าแล้วพูดต่อว่า ฉันไม่เข้าใจความคิดแกจริงๆ
ถึงตอนนี้มันคงจะเหนื่อยเลยหยุดพักเกาะขอบผนังริมขอบหน้าต่าง  วินพลันนึกถึงคำพูดของเพื่อนขึ้นมาได้
ก็เพราะกลัวมันน่ะซี่มันถึงชอบเข้าหา
วินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กางมือออกยื่นไปข้างหน้าระดับสายตา  เจ้าผีเสื้อจำแลงกำลังใช้ปากเล่นกับขาหน้าสองข้างของมัน  วินกลืนน้ำลายดังอึ้ก  ค่อยๆย่องเข้าไปอย่างช้า แต่พอเข้าไปใกล้เข้าๆ  เจ้าผีเสื้อจำแลงพลันแผ่ปีกออกเล็กน้อย  วินสะดุ้งโหยงกระโดดถอยหลังออกมาอย่างไม่คิดชีวิต  เจ้าแมลงสาบก็ยังคงสงบนิ่งอยู่ที่เดิม
โอย... ใช้มือเปล่าคงยังไม่ไหวหรอก
วินเดินไปหยิบไม้กวาดมา จากนั้นค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆ  ใกล้จนมันหยุดการกระทำของมัน  วินก็หยุดตามไปด้วย
แมลงสาบบินมาเกาะที่หัวของเขา  ไต่เข้าปากที่อ้าค้างไว้ด้วยความตกใจ แล้ววิ่งออกมาจากจมูกอย่างรวดเร็ว
ภาพจินตนาการที่ชัดแจ่มแจ้งทำให้วินเกิดความลังเลขึ้นมา  แต่ก็สะบัดศีรษะตัวเองแรงๆแล้วข่มใจตัวเองว่า
เป็นไงเป็นกันวะ 
วินตัดสินใจปัดไม้กวาดใส่มันอย่างรวดเร็ว  มันบินหนีออกหน้าต่างไป  วินยืนมองความสำเร็จของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา  เขาเริ่มรู้สึกว่าแมลงสาบน่ากลัวน้อยลงแล้ว  การทดสอบตัวเองขั้นต่อไปก็คือการใช้มือจับมัน
เรื่องนั้นเอาไว้วันหลังดีกว่า แล้ววินก็ดูทีวีต่ออย่างสบายใจ  ตลอดคืนนั้นผีเสื้อราตรีจำแลงก็ไม่ได้ปรากฎกายอีกเลย

วันรุ่งขึ้นเมื่อวินมาถึงที่โรงเรียนก็ได้รับการล้อจากกลุ่มเพื่อนนักเรียนชาย
ไอ้ตุ๊ด  กลัวแมลงสาบ เยๆ 
วินไม่ตลกด้วยและพยายามไม่ใส่ใจกับคำล้อเลียนเหล่านั้น  แต่บางครั้งมันก็สุดทิ่วินจะทนได้  เช่นแกล้งเอาตุ๊กตาแมลงสาบราคาห้าบาทมาโยนใส่  เพื่อนผู้หญิงก็หัวเราะพร้อมกับส่งเสียงวี้ดว้ายอย่างชอบใจ  หรือตอนที่เล่นฟุตบอลกับคนอื่นๆ  ไม่มีใครยอมเข้าใกล้วินเลย
อย่าเข้าไปใกล้มันนะ  มันทำแอ๊บแมนล่อให้เราไว้ใจ จะได้ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเพื่อนๆกระซิบต่อกัน  วินแอบได้ยินจึงพูดออกไปอย่างเหลืออด
กลัวแมลงสาบบินแล้วมันผิดตรงไหนวะ!”
กลัวแมลงสาบไม่ผิด  ผิดตรงที่แกเป็นตุ๊ดนนท์ตอบ
ตุ๊ดแล้วทำไมวะ  ถึงเป็นตุ๊ดก็ไม่เอามึงหรอก  กลัวไปได้
นั่นไงมันสารภาพแล้ว แล้วเพื่อนๆก็ล้อเขาต่อไปอย่างสนุกสนาน

วินกลับบ้านด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ  ไม่รู้ว่าสาเหตุที่จริงที่ตัวเองกลัวแมลงสาบบินคืออะไร  วินคิดว่าตนเองจะต้องกำจัดความกลัวแมลงสาบบินออกไปให้ได้เพื่อที่จะสามารถกลับไปเข้ากลุ่มกับเพื่อนอีกครั้ง   พอตกดึกวินก็ใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาเรื่องแมลงสาบในอินเตอร์เน็ต  ส่วนมากเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลจะเป็นพวกกระดานสนทนา  มันช่วยเปิดหูเปิดตาให้วินได้รู้ว่า ยังมีคนอีกนับไม่ถ้วนที่กลัวแมลงสาบ  หลายคนมาระบายประสบการณ์เลวร้ายที่ได้รับพวกมันให้อ่าน วินนั่งอ่านไปก็ขำไปด้วย  บางเว็บบอกว่าแมลงสาบเป็นสัตว์ที่มีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์  มีความสามารถในการปรับตัวเป็นเลิศ  บางเว็บบอกว่าแมลงสาบอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวมาจากนอกโลก  นอกจากนี้ยังพบความรู้แปลกๆอีกว่า มีตัวต่อชนิดหนึ่งสามารถทำให้แมลงสาบกลายเป็นซอมบี้ แล้ววางไข่ในตัวแมลงสาบ  วินนึกภาพซอมบี้แมลงสาบไม่ค่อยออก  จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่รู้สาเหตุและวิธีขจัดความกลัวแมลงสาบบินออกไปได้
ครึ่ก   ครึ่ก
ทันใดนั้นวินรู้สึกถึงเสียงอะไรผิดปรกติบริเวณผนังด้านหลัง  เขาค่อยๆหันไปมองอย่างช้าๆ  ใช่มันจริงๆแต่ตัวใหญ่กว่าตัวเมื่อวานเสียอีก  ใจหนึ่งวินบอกให้เดินเข้าไปจับมันเสียให้รู้แล้วรู้รอด  อีกใจหนึ่งบอกว่าเอาไว้วันหลังก็ได้  มันแผ่ปีกบินอีกแล้ว  วินเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างจนแทบจะตกเก้าอี้  มันบินไปเกาะขอบหน้าต่างแล้วบินกลับมาหาวิน  วินพลันนึกถึงวีรกรรมกล้าหาญที่เขาได้ทำลงไปเมื่อวาน
ต้องทำได้สิน่าวินตัดสินใจเอื้อมมือเข้าไปหากระจั๊วที่กำลังบินตัวนั้น
ได้ผล กระจั๊วบินหลบไปข้างหลัง  มันบินเข้าไปหลบหลังผ้าม่านข้างหน้าต่าง  วินรู้สึกภูมิใจขึ้นมาวูบหนึ่ง  แต่ปัญหาคือต่อจากนี้ต่างหาก  วินลังเลว่าจะเดินเข้าไปกระชากม่านตัวนั้น หรือจะเดินไปหยิบไม้กวาดก่อนดี
ไอ้วิน แกทำได้  มันกำลังกลัวแกอยู่วินย้ำกับตัวเองในใจหลายๆครั้งจนสุดท้ายก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหามันโดยไม่ต้องพึ่งไม้กวาด  ขณะที่ผ้าม่านยังไร้วี่แววความเคลื่อนไหววินค่อยๆเอื้อมมือไปจับที่ชายผ้าม่านแล้วกระชากเต็มแรง
ไอ้บ้าเอ๊ยยย!!”
มันบินพุ่งเข้าใส่หน้าของเขาอย่างกะทันหัน ซิกแพ็คของมันโชว์หราอยู่ต่อหน้าต่อตา  โชคดีที่มือของวินปัดออกไปตามสัญชาตญาณได้อย่างทันท่วงที  ถูกตัวมันกระเด็นไปชนผนังแล้วร่วงแหมะลงไปนอนหงายกับพื้น วินหัวใจเต้นตูมตาม
เสร็จเราเราแล้วเขาบอกกับตัวเอง  เดินเข้าไปดูผลงานตรงพื้นที่มันนอนอยู่
แต่อนิจจา แผ่นหลังของเจ้ากระจั๊วสัมผัสกับพื้นเพียงบางส่วน  มันออกแรงดีดปีกสองสามครั้งก็ส่งตัวเองกลับมาคว่ำตัวได้อีกครั้ง    มันกำลังจะวิ่งหนี  วินเอื้อมมือไปจับ สองนิ้วถูกข้างลำตัวมันแต่จับไว้ไม่อยู่  มันแผ่ปีกบินขึ้นเกาะหลังมือของวิน  แล้วมันก็ใช้ท่าไม้ตายประจำตัวที่น่าสะพรึงกลัวนั่นคือวิ่งไต่ไปตามแขนของเขา
อ๊ากกกกก!”วินส่งเสียงร้องโหยหวน   มันวิ่งเร็วมาก เผลอพริบตาเดียวก็จวนจะถึงหัวไหล่แล้ว  กลิ่นไม่พึงประสงค์โชยเข้าจมูก  สัญชาตญาณช่วยวินปัดมันออกไปได้อย่างทันท่วงทีอีกครั้ง  แมลงสาบร่วงเอาหลังลงกับพื้น   วินไม่กล้าประมาทอีกต่อไปแล้ว คราวนี้เจ้าแมลงสาบพยามออกแรงดีดปีกและตะกายขาส่งตัวเองหมุนคว้างไปตามพื้น  แต่สุดท้ายก็นิ่งสนิทอย่างจนปัญญา  มันนิ่งราวกับว่าตายแล้ว  พอวินเอานิ้วจิ้ม ขาของมันก็ดิ้นไปมา
ไม่ไหวแล้วไปอาบน้ำก่อนดีกว่า
หลังจากที่วินอาบน้ำเสร็จมาแล้วก็ยังพบมันอยู่ที่เดิม  วินนั่งขัดสมาธิลงข้างๆเจ้าแมลงสาบหงายท้อง  สองมือวางซ้อนที่น่าตัก กำหนดรู้ที่ลมหายใจ แต่ตายังคงจ้องมองที่เจ้าแมลงสาบที่หงายโชว์ซิกแพ็ค   เมื่ออารมณ์เจือจางลงความคิดอ่านก็แจ่มใสขึ้น
ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลัวเลยนี่นา  มันไม่ได้ทำร้ายเราสักหน่อย  ใจเราต่างหากที่คิดไปเองวินพูดออกมาตามที่พินิจพิจารณาได้
ในเมื่อมันไม่เขี้ยวเล็บที่ทำอันตรายได้  ดังนั้นมันจึงต้องมีความน่ากลัว น่าขยะแขยง และความทนทาน เป็นสิ่งทดแทน
วินนั่งพิจารณามันต่อไป จากนั้นก็พูดต่อ
แต่เอ... ขนาดเพื่อนๆรังเกียจเราหาว่าเราเป็นตุ๊ดเรายังไม่ชอบเลย  แล้วตัวเขาเล่าโดนคนรังเกียจมาตั้งแต่แบเบาะ เขาจะรู้สึกยังไงหนอ
ที่เขาชอบหลอกให้หลายๆคนตกใจกลัวอยู่เรื่อยอาจจะเป็นเพราะเขาอยากชดเชยปมด้อยของตัวเองก็ได้
เอ..แล้วสัมผัสที่เขาไต่แขนเราเมื่อกี้นี้  มันจะต่างยังไงกับสัมผัสที่สาวสวยๆมาเล่นปูไต่
วินคลายมือออกแล้วลุกขึ้นยืน
เอาละเจ้ากระจั๊ว   เราจะพยายามเลิกกลัวเจ้าและต่างคนต่างอยู่อย่างสันติวิธี  เราไม่ทำร้ายเจ้า เจ้าไม่ทำร้ายเรา  วันไหนมาจ๊ะเอ๋กันบังเอิญก็ขอโทษกัน  โอดเคไหม
เจ้าแมลงสาบไม่ตอบ
ถือว่าเจ้าตกลงก็แล้วกัน
วินท่องบทแผ่เมตตาที่จำมาจากกิจกรรมหน้าเสาธงตอนอยู่ชั้นประถมให้กับมัน  จากนั้นค่อยๆใช้สองนิ้วหนีบตัวมันขึ้นมา  ขามีขนทั้งหกข้างของมันตะเกียกตะกายกลางอากาศ
เอ้า  อยากบินก็บินเล้ยวินโยนส่งมันเบาๆออกนอกหน้าต่าง   แล้วมันก็แผ่ปีกบินจากไปแต่โดยดี
ดูให้ดีๆมันก็ผีเสื้อราตรีดีๆนี่เอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น